

ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงว่า “Digital Economy” หรือเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ได้หมายถึงเพียงการซื้อขายออนไลน์หรือการนำเทคโนโลยี
มาใช้ในธุรกิจเท่านั้น แต่คือการที่ “ข้อมูล เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อเศรษฐกิจดิจิทัลกลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ภาครัฐ จึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการวางโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง เพื่อรองรับทั้งภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้าน Digital Infrastructure, Cloud Infrastructure, Cybersecurity, Data Governance หรือ Government Digital Service ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยผลักดันประเทศสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
ปัจจุบัน หลายหน่วยงานภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบดิจิทัลมากขึ้น ทั้งในมิติของประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการเข้าถึงบริการของประชาชน เพราะในโลกยุคใหม่ เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการทำงานอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศไม่ต่างจากระบบไฟฟ้า ถนน หรือการสื่อสาร

แม้ภาคเอกชนจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของ Digital Transformation แต่ภาครัฐถือเป็น “ผู้วางรากฐาน”
ของเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับประเทศ โดยเฉพาะในด้าน Digital Infrastructure, Data Governance และ Cybersecurity ที่จำเป็นต่อการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานระบบดิจิทัลทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ
ปัจจุบัน หลายหน่วยงานภาครัฐเริ่มปรับตัวสู่การเป็น Smart Government ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เว็บไซต์ และบริการออนไลน์ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น
นอกจากนี้ การพัฒนา Government Digital Service ยังช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐอีกด้วย
ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นบ่อยในการทำ Digital Transformation ของภาครัฐ คือการมองว่า Smart Government
เท่ากับการนำระบบ IT ใหม่เข้ามาแทนระบบเดิม แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล คือการออกแบบวิธีคิด
และวิธีให้บริการใหม่ทั้งหมดโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ระบบงาน
Government Digital Service ที่ดี จึงไม่ใช่เพียงระบบที่ใช้งานได้ แต่ต้องเป็นบริการที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก ปลอดภัย
และตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ในขณะเดียวกัน กฎหมายอย่าง PDPA และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ก็กลายเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญของ Digital Economy เพราะช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งในระดับประชาชน
ภาคธุรกิจ และนักลงทุน ว่าประเทศไทยมีระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย โปร่งใส และพร้อมรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่
แม้ภาครัฐจะมีข้อมูลจำนวนมาก แต่หลายองค์กรยังเผชิญปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย อยู่คนละระบบ
และไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ ทำให้ Data Governance กลายเป็นเรื่องสำคัญของการบริหารจัดการข้อมูลในยุคดิจิทัล
ขณะเดียวกัน เมื่อประเทศพึ่งพาระบบดิจิทัลมากขึ้น ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งการรั่วไหลของข้อมูล
ภัยคุกคามไซเบอร์ และการโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ดังนั้น การลงทุนด้าน Cloud Infrastructure, Cybersecurity และ Data Governance จึงไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี
แต่เป็นการสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว เช่น

แม้นโยบายจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ แต่การขับเคลื่อน Digital Economy ให้เกิดขึ้นจริง จำเป็นต้องอาศัยการลงมือพัฒนาและออกแบบระบบที่ตอบโจทย์ทั้งภาครัฐและประชาชน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Sirisoft ได้มีโอกาสร่วมพัฒนาโครงการด้าน Government Technology ให้กับหน่วยงานภาครัฐในหลากหลายมิติ ซึ่งแต่ละโครงการสะท้อนให้เห็นว่า Digital Transformation ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจว่าเทคโนโลยีนั้นจะช่วยยกระดับชีวิตของผู้คนได้อย่างไร
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของ Government Digital Service คือการออกแบบระบบที่ ทุกคนเข้าถึงได้จริงSirisoft ได้ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชันเชิงสังคมสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้แนวคิด Inclusive Technology และ Digital Accessibility เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างเท่าเทียม ระบบรองรับมาตรฐาน WCAG 2.1 ระดับ AA รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ออกแบบเป็น Responsive Web Application ที่ใช้งานได้บนทุกอุปกรณ์ พร้อมเชื่อมต่อกับ Messaging Platform เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการของประชาชน
นอกจากนี้ ยังมี Dashboard และระบบบริหารจัดการข้อมูล ที่ช่วยให้หน่วยงานสามารถนำข้อมูลเชิงพฤติกรรมไปใช้ต่อยอดเชิงนโยบาย และพัฒนาคุณภาพการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โครงการลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า Government Digital Service ที่ดี ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนา Application แต่คือการสร้าง Ecosystem ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล และเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงบริการได้อย่างแท้จริง
อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของภาครัฐ คือการปรับปรุงระบบเดิมให้สามารถรองรับการใช้งานในยุคดิจิทัล ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการขยายระบบในอนาคต
Sirisoft ได้ร่วมพัฒนา Modern Responsive Website ให้กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อยกระดับ Digital Infrastructure และรองรับการให้บริการประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ UX/UI ใหม่ การพัฒนาระบบ Dynamic Content การจัดการ Authentication และ Role Permission ไปจนถึงการวาง CI/CD Pipeline เพื่อรองรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการระบบ
นอกจากนี้ ระบบยังรองรับหลายภาษา และพัฒนาตามมาตรฐาน Digital Accessibility เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและเท่าเทียม สิ่งสำคัญของโครงการนี้ ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ทันสมัย แต่คือการวางรากฐาน Digital Infrastructure
ที่สามารถเชื่อมต่อ ขยายต่อยอด และรองรับการเติบโตของ Government Digital Service ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
Digital Economy ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคธุรกิจหรือองค์กรขนาดใหญ่ แต่ยังรวมถึงการยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมของประเทศ
ให้สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล
Sirisoft ได้ร่วมพัฒนา Digital Platform สำหรับบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรให้กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านข้อมูลที่กระจัดกระจาย การทำงานผ่านเอกสารจำนวนมาก และข้อจำกัดในการวิเคราะห์ข้อมูล ระบบถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มแบบ Centralized Data ที่ช่วยรวมศูนย์ข้อมูลจากหลายส่วนเข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุน Smart Operation ที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อน เพิ่มความโปร่งใส และรองรับการเติบโตของข้อมูลในอนาคต
การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในลักษณะนี้ ไม่ได้เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยให้ทุกฝ่ายใน Ecosystem สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างถูกต้องและโปร่งใส ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของ Digital Economy ที่ยั่งยืน

Digital Economy ที่แท้จริง ไม่ควรเป็นเพียงเศรษฐกิจของคนที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้เท่านั้น แต่ต้องเป็นระบบเศรษฐกิจ
ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาส บริการ และข้อมูลได้อย่างเท่าเทียม
ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่ต้องการเข้าถึงบริการสุขภาพออนไลน์ เกษตรกรที่ต้องการข้อมูลตลาดที่โปร่งใส หรือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
ที่ต้องการเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นภาพสะท้อนว่าเทคโนโลยีที่ดี ต้องช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริง